0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
สำหรับแนวทางการจัดสรรเงินมาจ่ายคืนเงินภาษีให้ผู้ได้รับสิทธิมี 2 แนวทาง คือ
กันเงินจากการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตมาใช้ก่อน โดยในปีงบประมาณ 2557
ตั้งเป้าหมายเก็บภาษีไว้ 4.6 แสนล้านบาท หรือจะดึงเงินจากเงินคงคลัง
เหมือนปีงบประมาณ 2556 โดยใช้อำนาจของ รมว.คลังลงนาม แต่จะต้องใช้คืน
ในปีงบประมาณถัดไปอย่างไรก็ตาม ยอดการคืนเงินภาษีรถคันแรกยอดล่าสุด
ณ เดือน มี.ค. 2557 อยู่ที่ 9.01 แสนรายคิดเป็นเงิน 6.33 หมื่นล้านบาท
จากยอดผู้เข้าโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 9.21 หมื่นล้านบาท
และในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิอีก 5.37 หมื่นราย วงเงิน 4,082 ล้านบาท

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ 2014 ที่ผ่านมา มียอดจองซื้อรถยนต์กว่า 4 หมื่นคัน ยอดนี้จะสามารถจัดเก็บ
ภาษีรถยนต์ได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ผู้บริโภคฟ้อง"เชฟโรเลต"เกียร์ขัดข้อง

กลุ่มผู้บริโภคฟ้อง "เชฟโรเลต" ต่อศาลแพ่ง เรียกเงินชดเชยคืนเต็มจำนวน เหตุเกียร์ขัดข้อง

วันที่ 22 เม.ย. ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการใช้รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ
จำนวน 7 ราย ยื่นฟ้องบริษัทเชฟโรเลต ต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่ง ให้บริษัทคืนเงินดาวน์
และค่างวดเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วทั้งหมด เนื่องจากผลการทดสอบรถยนต์ของสำนักงานคุ้มครอง
ผู้บริโภค (สคบ.) พบปัญหาที่เป็นอันตรายต่อการขับขี่ อาทิ เกียร์กระตุก ติดขัด
โดยรถคันที่พบอาการซ้ำๆ ติดต่อกันมากที่สุดคือ 38 ครั้ง

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังร้องให้ศาลมีคำสั่ง ขอให้บริษัทรับผิดชอบค่าใช้สอยรถยนต์
ต่อผู้ให้เช่าซื้อเต็มจำนวนแทนผู้บริโภค และให้ศาลห้ามบริษัทจำหน่ายรถยนต์รุ่นที่
กำลังมีข้อพิพาท และเรียกเก็บสินค้าจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ปลอดภัย
พร้อมกันนี้ให้จ่านค่าเสียหายต่อจิตใจที่ต้องหวาดกลัวกังวลในขณะใช้รถที่มีปัญหา

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
นายมงคล ปุรณมณีวิวัฒน์ 1 ใน 7 ผู้เสียหายที่ยื่นฟ้อง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคย
ได้พูดคุยกับบริษัทเชฟโรเลต เนื่องจากสคบ.เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย และ สคบ.
มีเกณฑ์ชดเชยอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเรายอมรับวิธีการให้บริษัทซื้อรถคืน
แต่รับไม่ได้กับเกณฑ์ราคา เนื่องจาก สคบ.กำหนดหักค่าเสื่อมรถสูงถึง 40%
นั่นหมายความว่าราคาที่ผู้เสียหายได้รับต่ำกว่าเอารถไปขายเตนท์มือ 2

"นี่ไม่ใช่ความผิดของเรา ผู้บริโภคซื้อรถป้ายแดงก็หวังใช้ได้ 5-10 ปี
แต่ใช้เพียงแค่ 1 ปีกว่ากลับชำรุดบกพร่อง ผมซื้อรถมา 8.7 แสนบาท
เขาซื้อคืนเพียง 5.7 แสนบาท ทั้งที่เราไม่ได้ผิดอะไรเลย"
นายมงคล กล่าว
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
บก.02 ย้ำชัด ตร.สามารถยึดใบขับขี่ได้

บก.02 ระบุกรณีผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย พนักงานจราจรสามารถเรียกเก็บ
ใบขับขี่ชั่วคราวได้ แต่ต้องออกใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่ไว้ เมื่อผู้ขับขี่ชำระ
ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้คืนใบอนุญาตขับขี่ทันทีศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร
หรือ บก.02 โพสต์ข้อความยืนยันกรณีที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย
ในการออกใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้
เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องออกใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่ไว้ และเจ้าพนักงาน
จราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้ไปส่งมอบพนักงาน
สอบสวนภายใน 8 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ออกใบสั่งใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่

เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนได้ว่ากล่าวตักเตือน
หรือทำการเปรียบเทียบปรับและผู้ขับขี่ได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว
ให้คืนใบอนุญาตขับขี่ทันที รายละเอียดทั้งหมด มีดังนี้


"แชร์กันมาเป็นสิบๆปีแล้ว กฏหมายมีระบุไว้ชัดครับ ต้องคอยตอบทุกวัน"

"มาตรา ๑๔๐ เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ จะว่ากล่าว
ตักเตือนผู้ขับขี่ หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่
พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติดหรือผูกใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็นได้ง่าย"

"สำหรับความผิดที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑ มาตรา ๑๕๙ มาตรา ๑๖๐
มาตรา ๑๖๐ ทวิ และมาตรา ๑๖๐ ตรี ห้ามมิให้ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบ"


*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
"ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งเจ้าพนักงานจราจร
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องออกใบรับ
แทนใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่ไว้ และเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำ
ใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้ไปส่งมอบพนักงานสอบสวนภายในแปดชั่วโมง
นับแต่เวลาที่ออกใบสั่ง""ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ที่ออกให้ตามวรรคสามให้ใช้แทน
ใบอนุญาตขับขี่ได้เป็นการชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวัน เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือพนักงานสอบสวนได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบปรับและผู้ขับขี่ได้ชำระ
ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้คืนใบอนุญาตขับขี่ทันที"

"ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบสั่งแต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่
ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเป็นผู้กระทำผิดดังกล่าวเว้นแต่สามารถ
พิสูจน์ได้ว่าผู้อื่นเป็นผู้ขับขี่การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด"
"ใบสั่งและใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ ให้ทำตามแบบที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด"

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
โตโยต้าเรียกคืนรถ4.6ล้านคันทั่วโลก

โตโยต้าเรียกคืนรถ 6.4 ล้านคันทั่วโลก หลังพบปัญหาเรื่องความปลอดภัย

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเรียกคืนรถ 6.39 ล้านคัน
ทั่วโลก ในรุ่น RAV4,Hilux, Yaris และ Urban Cruiser หลังพบปัญหาที่ชิ้นส่วนหลายจุด
เช่น ที่นั่งคนขับ แกนพวงมาลัย และตัวสตาร์ทเครื่องยนต์

ทั้งนี้ รถที่เข้าข่ายมีปัญหาเป็นรถที่ผลิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แยกเป็นรถในญี่ปุ่น 1.08 ล้านคัน
อเมริกาเหนือ 2.3 ล้านคัน ยุโรป 770,000 คัน และจีน 62,000 คัน โดยโตโยต้าเผยด้วยว่า
ได้รับรายงานเรื่องตัวสตาร์ทเครื่องยนต์เกิดไฟไหม้แต่ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุใดๆ

ขณะที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า การเรียกรถยนต์คืนเพื่อ
เปลี่ยนชุดประกอบสายไฟที่เชื่อมต่อถุงลมนิรภัย (Spiral Cable) หลังตรวจพบความผิดปกติของ
ชุดสายไฟดังกล่าวที่อาจส่งผลให้สัญญาณเตือนถุงลมนิรภัยแสดงบนหน้าปัด เป็นการแสดงถึงความ
เอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ แม้ปัญหาดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นกับลูกค้า
ในประเทศไทย

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
เปิดเผยว่า กรณีการเรียกรถเพื่อมาเปลี่ยนชุดประกอบสายไฟที่เชื่อมต่อถุงลมนิรภัยนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามี
รถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ และ อินโนวา ที่จำหน่ายในประเทศไทย ระหว่างปี 2547
ถึงปี 2553 ประมาณ 2.06 แสนคัน ที่ต้องเข้ารับการเปลี่ยนชุดประกอบสายไฟใหม่ โดยบริษัทฯจะทำ
การส่งจดหมายเชิญลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อให้นำรถยนต์เข้ารับการแก้ไขที่ศูนย์ บริการของผู้แทนจำหน่าย
โตโยต้าทั่วประเทศ   ก่อนหน้านี้ โตโยต้า เคยเรียกคืนรถ 7.43 ล้านคันทั่วโลกมาแล้ว เมื่อปี 2555
หลังพบปัญหาจากอุปกรณ์ที่อาจเสี่ยงเกิดไฟไหม้ ในจำนวนนี้มีรถตระกูลยอดนิยมอย่างคัมรี่และโคโรลลาด้วย
โดยล่าสุดเมื่อเดือนก่อนโตโยต้ายอมจ่ายเงิน 1,200  ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยอมความคดีอาญา
ในสหรัฐข้อหาโกหกเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและสาธารณชนจากการพยายามปกปิดเรื่องคันเร่งมีปัญหา
ไม่สามารถควบคุมได้
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ความเจ็บปวดจากรถคันแรก

นโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ที่โดดเด่นนอกเหนือไปจากจำนำข้าว ก็มี คืนภาษีรถคันแรก
อีกอันที่พูดกันติดปาก ถึงวันนี้ประจักษ์แล้วว่า ทั้ง 2 นโยบาย มีข้อดีแค่กระตุ้นการหาเสียง
ทำให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลสมใจ แต่ผลกระทบด้านลบที่ตามมามากมายมหาศาล
ขออนุญาตข้ามจำนำข้าวไปก่อนนะครับ เอาเรื่องคืนภาษีรถคันแรกอย่างเดียวก่อน

เป้าหมายเดิมนโยบายนี้ผมจำได้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมบอกว่าจะช่วยกระตุ้นการ
ขายรถยนต์ได้ถึง 5 แสนคัน แต่เอาเข้าจริง ปาเข้าไปเป็นล้านคัน ก็ธรรมชาติคนไทย
อยากมีรถ มองรถยนต์เป็นแอสเซต พอมีช่องทาง จังหวะ โอกาส ก็ขอครอบครอง
ไว้ก่อนลืมผลกระทบทุกอย่างที่จะตามมา ระหว่างทางของโครงการรถคันแรกมีเรื่องราววุ่นวายมากมาย

แต่ที่ยุ่งเหยิงมากที่สุดก็คือโครงการนี้มีระยะเวลาสิ้นสุดคือต้องจับจองซื้อหาก่อนสิ้นปี 2555
แต่ไม่กำหนดระยะเวลารับรถ จุดนี้เองที่ทำให้ตัวเลขผู้ขอใช้สิทธิ์ในโครงการ ทะลุเกินล้านคน
ที่สำคัญผ่านมาปีกว่าแล้ว ก็ยังส่งมอบกันไม่ครบสักที วันก่อน กรมสรรพสามิตรายงานข้อมูล
โครงการรถยนต์คันแรก ณ วันที่ 27 เมษายน 2557 บอกว่าตั้งแต่ดำเนินโครงการ
มีผู้ขอใช้สิทธิ์จำนวน 1,259,101 ราย คิดเป็นเงิน 92,811 ล้านบาท มีผู้ยกเลิกการใช้สิทธิ์ 10,235 ราย
และไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข 4,336 ราย

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
มีผู้อยู่ในสถานะรับสิทธิ์ 1,244,530 ราย คิดเป็นเงิน 91,799 ล้านบาทมีผู้เข้าร่วมโครงการซื้อรถยนต์เป็นเงินสด
คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.32 และสินเชื่อร้อยละ 84.64งบประมาณที่ได้รับในปี 2556 มีจำนวน 7,280 ล้านบาท
เงินคงคลัง 25,000 ล้านบาท ในปี 2557 กรมสรรพสามิตได้จัดสรรงบประมาณ 40,000 ล้านบาทในปี 2558
กรมสรรพสามิตได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณ 25,000 ล้านบาทมีผู้ได้รับเงินแล้วจำนวน 938,718 ราย
คิดเป็นเงิน 67,434 ล้านบาทจำนวนผู้ที่ได้รับรถแล้ว 1,128,118 ราย ยังคงเหลือผู้ที่ยังไม่ได้รับรถยนต์ 116,412 ราย
หรือคิดเป็นร้อยละ 9.35 มีลีสซิ่งขอปลดล็อกและแจ้งอายัดรถยนต์ 1,449 ราย เป็นจำนวนเงิน 85,862,817 บาท
โดยกรมสรรพสามิตได้จ่ายเงินคืนแล้ว 849 ราย เป็นจำนวนเงิน 47,616,987 บาทและยังไม่ได้จ่ายเงินคืน 600 ราย
เป็นจำนวนเงิน 38,245,830 บาท

 ปัจจุบันมีผู้ขอใช้สิทธิ์ตามโครงการรถยนต์คันแรก ที่กรมสรรพสามิตจะต้องติดตามเรียกเงินคืนมีจำนวนทั้งสิ้น 314 ราย
เห็นข้อมูลแล้ว เหนื่อยใจแทนรัฐบาล โดยเฉพาะเม็ดเงินงบประมาณเยอะอย่างบอกไม่ถูก อีกอย่างคือ จำนวนผู้ที่ยัง
ไม่ได้รับรถเรื่องงบประมาณปลายเดือนที่แล้วก็เพิ่งมีข่าว รัฐถังแตก จะจ่ายเงินคืนภาษีได้แค่เดือนมิถุนายนเท่านั้น
คนที่ยังไม่ได้เงินคืน ให้รอไปก่อน
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
วันก่อนเจอผู้บริหารระดับสูงค่ายรถยนต์ระบายให้ฟังถึงนโยบายรถคันแรก ว่าสร้างความเจ็บปวด
และรอยร้าวให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์เยอะแยะ กระทบกันเป็นลูกโซ่ และที่ตลาดรถยนต์ปั่นป่วนมา
ถึงทุกวันนี้ ก็เพราะไอ้รถคันแรกนี่แหละ

จริงๆ การกระตุ้นตลาด มันต้องทำตอนที่ตลาดไม่ดี กราฟธุรกิจปักหัวลง นโยบายรถคันแรก
มันผิดที่ ผิดเวลา

ช่วงเริ่มโครงการ อุตสาหกรรมกำลัง Pick Up ตลาดรวมต่อปีก็ประมาณล้านคัน ซึ่งถ้าปล่อยให้มันเป็นไป
ตลาดก็เติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดรถยนต์ปี 2555 ที่มีโครงการรถคันแรกแทรกอยู่ ทะลุไปถึง 1.4 ล้านคัน

ยอดขายที่พรวดพราดเพิ่มขึ้น ค่ายรถก็ตะลีตะลานเพิ่มกำลังผลิตกันอุตลุด ลืมนึกถึงอนาคตทั้ง ๆ
ที่รู้ว่าตลาดมันถูกบิดเบือน พอสิ้นสุดแคมเปญ ตลาดทรุดตัวฮวบฮาบ เพราะกำลังซื้อถูกดึงไปใช้ล่วงหน้า
เอาละซิทีนี้ สต๊อกเหลือกันบานเบอะ คนที่ซวยก็หนีไม่พ้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน
ดีลเลอร์ขายรถ ไฟแนนซ์ พันกันไปทั้งระบบ

ปีที่แล้ว เราได้เห็นการเทกระจาดขายรถ แบบไม่คำนึงถึงต้นทุนมาแล้ว ปีนี้ก็คงได้เห็นกันอีก
เพราะผลกระทบที่ยังไม่ทุเลา ไม่เว้นแม้กระทั่งคนซื้อรถ ช่วงแรกอาจจะแฮปปี้กับเงินคืน 6 หมื่นถึงแสนบาท
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ปล่อยรถถูกยึดเพราะขาดแรงส่งต่อ

ส่วนคนซื้อที่พอมีแรงตอนนี้อยากเปลี่ยนรถ เพราะเงื่อนไขที่ค่ายรถหยิบยื่นให้มันเร้าใจเหลือเกินก็ทำไม่ได้
เจอกับดักต้องครอบครองรถครบ 5 ปี ถึงวันนี้ ยังมาไม่ถึงครึ่ง และที่แน่ ๆ ปีนี้เราคงได้เห็นตัวเลขขายรถยนต์ต่ำกว่าล้านคัน

เหล่านี้คือความเจ็บปวด ที่ได้จากโครงการรถคันแรก

ขอบคุณเนื้อหาจาก คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย อมร พวงงาม
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
รู้ทันพนักงานเคลมประกันรถยนต์

ผู้ใช้รถยนต์ที่ทำประกันภัยรถยนต์ คงไม่อยากเจอกับพนักงานเคลมของบริษัทฯประกันภัย เป็นแน่แท้
เพราะถ้าเจอแล้วบางท่านอาจไม่ทราบว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร มีวิธีเผชิญหน้ากับพนักงานเคลมประกันมาฝาก

พนักงานเคลมจะแบ่งลักษณะการเกิดเหตุ หลักๆดังนี้

1.เคลมแห้ง หมายถึง เคลมที่รถเกิดเหตุมานานแล้ว เพิ่งมาแจ้งเหตุ เช่น แผลขูดขีด เป็นต้น

2.เคลมสด หมายถึง เคลมที่รถชนกันสดๆ และยังมีผู้เสียหายในเหตุการณ์รออยู่

3.เคลมเสียหายมาก หมายถึง เคลมที่จะเกิดขึ้นสดๆหรือเกิดขึ้นนานแล้ว แต่เสียหายมากเพิ่งมาแจ้งเหตุ
เช่น รถเสียหายจนขับไม่ได้ นานมาแล้วเป็นอาทิตย์เพิ่งมาแจ้งเหตุ เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้ว เรื่องที่จะมีปัญหาก็คือ แจ้งเคลมแห้ง เพราะในสัญญาประกันภัย ได้ระบุไว้ว่าหากเกิดเหตุ
ไม่ทราบคู่กรณี ท่านก็จะต้องถูกเก็บค่าเงื่อนไขไม่ทราบคู่กรณี

ฉะนั้นเวลารถฯของท่านเสียหายไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามท่านจะต้องโทรศัพท์ แจ้งเหตุไปที่บริษัทฯประกัน
ในทันทีและต้อง ขอหมายเลขรับแจ้งและชื่อสกุลของพนักงานรับแจ้ง ไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้ง
เพราะพนักงานรับแจ้งเหตุ นั้นจะช่วยแนะนำท่าน ในสิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปเช่น ถูกชนแล้วหลบหนี
ไปต่อหน้าต่อตาจะทำอย่างไร ทะเบียนรถที่ชนก็จำไม่ได้อีกซะเลย เป็นต้น

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
สิ่งสำคัญหากขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันภัยและรถของเราเป็นฝ่ายถูก
เราควรตรวจสอบกลับไปที่บริษัทฯประกันภัย ที่ท่านทำประกันทุกครั้งว่าตาม
รายงานอุบัติเหตุรถของเรา เป็นฝ่ายถูกจริงหรือไม่ ควรคุยกับระดับหัวหน้างาน
ของบริษัทฯ นั้นๆเพราะถ้าเป็นฝ่ายถูก เราจะได้รับส่วนลดประวัติดีในปีต่อไป

ทั้งนี้พนักงานเคลมบางบริษัทฯมีจริงๆไม่กี่คน นอกนั้นจ้างบริษัทเซอร์เวย์เยอร์
แปลเป็นไทยว่า บริษัท รับสำรวจภัย ซึ่งมีหน้าที่รับจ้างทำเคลมให้กับบริษัท
ประกันภัยต่างๆ ที่ แจ้งเหตุเข้ามา ซึ่งบางบริษัท เซอร์เวย์เยอร์ ก็ไม่มีสาขา
เรียกกันว่าเกิดเหตุ ที่จังหวัดนี้ก็ใช้บริการที่นี่ เป็นต้น อาจจะทำให้บริการไม่
ทั่วถึงในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือในช่วงเทศกาล ซึ่งต่างกับ บริษัทประกันภัยที่มี
สาขาหรือศูนย์บริการคลอบคลุม อยู่ทุกพื้นที่การให้บริการ จะทำให้ไปถึงที่
เกิดเหตุได้รวดเร็วขึ้น

อีกเรื่องที่ถือว่าสำคัญก็คือ จรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพซึ่งรวมถึง
เรื่องของความรู้ใน ข้อกฎหมายในคดีรถชนกัน และมารยาทความเอาใจ
ใส่ในการบริการลูกค้าของพนักงาน เรื่องพวกนี้ถือว่าเป็นสาระสำคัญใน
การประกอบธุรกิจของ บริษัทประกันภัยให้มีเชื่อเสียงได้ยาวนาน
บริษัท เซอร์เวย์เยอร์ ต่างๆ บางบริษัทฯ มีมาตราฐานราคา ค่าสำรวจ
ก็จะมาตราฐานไปด้วย แต่ปัจจุบันบริษัทประกันภัย บางบริษัทฯก็ต้องการ
ลดต้นทุน หันไปใช้บริษัท เซอร์เวย์เยอร์ ที่ไม่มีมาตราฐานมาใช้งาน
เพราะค่าบริการถูก   
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
เคลม ฉ้อฉล เกิดขึ้นได้กับพนักงานเคลม ที่เรียกหรือถูกฝ่ายตรงข้ามท่านเสนอให้สินบน
เพื่อเขาจะได้เป็นฝ่ายถูกหรือไม่ก็บวกเพิ่ม ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ฯลฯ เป็นต้น
ซึ่งก่อนนัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่างๆควร ตรวจสอบกับผู้บริหารของบริษัทประกันภัย
ให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง อย่าลืมโทรศัพท์เข้าไปสอบถามด้วยตนเองกับฝ่ายตรวจสอบของ
บริษัทประกันภัยหรือผู้จัดการสินไหมฯก็ได้ครับ ท่านจะได้รู้ว่าถูกใครเป็นผู้เอาเปรียบท่าน
กันแน่ บางครั้งบริษัทประกันฯ อาจเอาเปรียบท่านก็ควรเจรากันใหม่ ให้ยุติถ้าไม่ยุติหรือเห็นว่า
ไม่ยุติธรรมก็ให้ติดต่อสายด่วน กรมการประกันภัยได้ ที่เบอร์ 1186
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
รู้ทันค่าเสียหายส่วนแรก (Excess และ Deductible) ก่อนถูกประกันหลอก

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess และ Deductible)

เรามักจะได้ยินคำนี้เวลาพูดถึงการเคลมประกันภาคสมัครใจ แต่เราเข้าใจเรื่องนี้ดีพอมั้ยครับ
หรือเคยรู้มั้ยครับว่า บางครั้งการยอมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกกลับจะทำให้เราประหยัดค่าเบี้ยประกัน
ลงได้มากทีเดียว หรืออย่างน้อยก็เหมือนชะลอการจ่ายเบี้ยประกันให้ช้าลง ลองมาทำความเข้าใจกันดู

สำหรับความหมายโดยรวมของ "ค่าเสียหายส่วนแรก" คือ ค่าความเสียหายส่วนแรก แปลง่าย ๆ ก็คือ
ค่าสินไหมทดแทนส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยตกลง (ปลงใจ - สมัครใจ) รับภาระเอง
โดยจะระบุไว้เป็นข้อตกลงในกรมธรรม์ นั่นเอง

ตัวอย่าง สมมติค่าเบี้ยประกันปกติอยู่ที่ 25,000 บาท แต่เราทำข้อตกลงกับบริษัทว่า
หากเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง เราจะจ่ายค่าเสียหายในส่วนแรก 5,000 บาท (อาจจะซ่อมรถเรา
หรือชดเชยค่าเสียต่อทรัพย์สินคนอื่น) เราจะได้สิทธิจ่ายเบี้ยประกันลดลง 5,000 บาท
( จ่ายเบี้ยทำประกันรถยนต์แค่ 20,000 บาท) ในระหว่างที่อยู่ในระยะประกันนั้น
ถ้าเกิดอุบัติเหตุและเราเป็นฝ่ายผิด เมื่อบริษัทประเมินความเสียหายแล้ว อยู่ที่ 8,000 บาท ดังนั้น
เราต้องจ่าย "ค่าเสียหายส่วนแรก" เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ตอนที่ทำ
กรมธรรม์ประกันรถยนต์ ส่วนที่เหลืออีก 3,000 บาท บริษัทจะจ่ายต่อไป แต่ถ้าความเสียหายไม่เกิน
5,000 บาท เราก็จ่ายให้คู่กรณีตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ที่มาของกฎนี้ คือ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)
ต้องการให้เราไม่ประมาทและให้เราเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่รถให้ปลอดภัย
ไม่เกิดค่านิยมคอยโยนภาระของตนเองให้คนอื่น ๆ (บริษัทประกัน) หรือไม่ตระหนักป้องกัน
ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนอื่น (เพราะคิดว่าไม่ต้องทำอะไร ประกันจะทำให้หมด
ซึ่งเป็นค่านิยมและความเข้าใจที่ผิด)

ดังนั้น ค่าเสียหายส่วนแรก ทั้ง Excess และ Deductible นั้น จะมีขึ้น
(ต้องเสียตังค์) ก็ต่อเมื่อการเกิดเหตุความเสียหาย (เพราะขับรถที่เราทำประกันภัยไว้)
และเราหรือผู้ขับขี่รถ (ที่ทำประกันภัย) เป็นฝ่ายต้องรับผิดในเหตุการณ์นั้น ๆ
(ชนท้ายคนอื่น หรือซุ่มซ่ามชนประตูรั้วบ้านตัวเอง) หรือทำเราผิดจากสัญญา
ในกรมธรรม์เท่านั้นแบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้ครับ

1. Excess (เอ็กเซส ไม่ใช่ แอ็คเซฟหรือแอคเซสตามที่หลายคนอ่านผิด)
ความเสียหายส่วนแรกในกรณีทำผิดสัญญา พูดง่าย ๆ คือ เรา (ผู้เอาประกันภัย)
เป็นฝ่ายผิดไม่พอ ยังละเมิดข้อตกลงที่ระบุไว้ในกรมธรรม์อีก พิกัดอัตราจึงเป็นไปตามที่
คปภ. กำหนดไว้ (ในที่นี้ยกตัวอย่างประกันชั้น 1) ได้แก่

1) กรมธรรม์แบบระบุชื่อคนขับ (เบี้ยประกันจะถูกว่าไม่ระบุชื่อคนขับ) แต่เราอนุญาตให้คนอื่นขับขี่
เมื่อเกิดอุบัติเหตุและเป็นฝ่ายผิด เราจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายแต่ละครั้ง ดังนี้
ก. 2,000 บาทแรก สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก (รถ อาคาร กำแพง ฯลฯ)

ข. 6,000 บาทแรก สำหรับความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของเรา (ที่เกิดการชน / คว่ำ)

 

Google+