0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
รถผ่อนอยู่ก็กู้ได้ ได้เงินไว รถไม่ต้องจอด

อยากได้เงินสด อยากลดค่างวด อยากเปลี่ยนดิวจ่ายค่างวด เราช่วยคุณได้
รถยังผ่อนอยู่ก็กู้ได้ ตจว ก็ทำได้ รถไม่ต้องจอด ได้เงินไว
 
คุณสมบัติของผู้สมัคร
 
  - สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
  - ผ่อนนาน 12-72 เดือน
  - อายุ 20- 60 ปี
  - สัญชาติไทย

เอกสาร
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
4. สลิบเงินเดือน(เดือนล่าสุด)หรือ หนังสือรับรองเงินเดือนก็ได้
5. สำเนาทะเบียนรถ
6. แผนที่บ้าน และ ที่ทำงาน

เอกสารครบ รู้ผลเลย รับเงิน ภายใน 3-7 วันทำการ

สนใจสมัคร คลิกที่นี่

รอสักครู่ คุณกำลังไปสู่ลิงก์ปลายทาง

LINE ID : d-credit
083-299-6658

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 มี.ค.,19, 09:45 โดย d-credit »
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel

 7. จานเบรคแบบหลอก
     รถบางรุ่นมักมาพร้อมเบรคหลังแบบดรัม ซึ่งหลายคนมองว่าไม่สวยงาม
จึงทำให้มีจานเบรคหลอกๆมาวางจำหน่ายเพื่อช่วยหลอกตาคนทั่วไป
แต่ขอโทษเถอะ มันไม่เนียนเลยสักนิดเดียว!

8. ฝาครอบเบรค
    บางคนใช้วิธีเพิ่มความเท่ให้เบรคชุดเดิมด้วยฝาครอบเบรคสีจัดจ้าน
ปะโลโก้แบรนด์ดัง ราวกับเปลี่ยนชุดคาลิปเปอร์เบรคมูลค่าหลายหมื่นบาท
มา แต่รู้ไหมว่าการใช้ฝาครอบเบรคจะทำให้ผ้าเบรคระบายความร้อนได้ช้า
ทำให้ประสิทธิถาพในการเบรคลดลง

 9. Daytime Running Light
    ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแทบจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรถยุโรปใหม่ๆ
ไปแล้ว ประโยชน์ของมันคือช่วยให้ผู้ขับขี่คันอื่นสามารถมองเห็นรถคุณได้
ง่ายขึ้นในเวลากลางวัน แต่ปัจจุบันมีไฟ DRL คุณภาพต่ำวางขายเกลื่อน
กลาด ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีความสว่างเพียงพอที่จะให้ประโยชน์ได้
จึงกลายเป็นของประดับเล็กๆน้อยๆให้ผู้ขับรู้สึกเท่ขึ้นมาเท่านั้นเอง

10. สติกเกอร์แต่งรถ
     หลายคนติดเพื่อความเท่ล้วนๆ แต่ถึงจะเท่แค่ไหน ก็ไม่ทำให้รถแรง
ขึ้นเลยจริงไหม

      สินค้าที่กลาวมาทั้งหลายเหล่านี้มักผลิตโดยผู้ผลิตที่ไม่มีคุณภาพ
ตันทุนต่ำ ราคาขายไม่แพง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรถยนต์ของคุณใน
ระยะยาวได้
       ทางที่ดีหากมีใจรักในการแต่งรถยนต์จริงๆก็ควรใช้สินค้าที่ได้
คุณภาพ เพื่อรถของเราจะได้สวยงามอย่างแท้จริงครับ




*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
วิธีแก้ปัญหารถสตาร์ตไม่ติด

ถ้าคุณขับรถอยู่แล้วรถคุณดับ สตาร์ตเท่าไหร่ก็ไม่ติดหรือสตาร์ตไม่ติดคุณจะทำอย่างไร
ถ้าผู้ขับขี่ที่มีพื้นฐานความรู้ด้านช่างอยู่บ้างก็คงจะพอแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้
แต่ถ้าเป็นผู้ขับขี่มือใหม่คงจะต้องโทร.ตามช่าง หรือไม่ก็สอบถามผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์
เพื่อที่จะทำการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ขับต่อไปได้

สำหรับข้อแนะนำอาการเครื่องยนต์สตาร์ตไม่ติดและสตาร์ตไม่ได้แต่ละอาการ มีดังนี้

ถ้าบิดกุญแจแล้วเครื่องยนต์ไม่หมุนแต่ มีเสียงดังแชะๆ หรือไม่ดัง สันนิษฐานเบื้องต้นว่า แบตเตอรี่
หรือ ไดสตาร์ตมีปัญหา ให้ลองบีบแตรดูอาการว่าดังปกติหรือไม่ แบตเตอรี่อาจจะอ่อนเกือบหมด
ทำให้หมุนไดสตาร์ตไม่ไหว ได้แค่กระตุ้นโซลินอยด์เบาๆ แต่หมุนไม่ไหวจึงมีเสียงแชะๆ
ถ้าหากแบตเตอรี่มีไฟ ไดสตาร์ตอาจขัดข้อง ถ้าไดสตาร์ตขัดข้องให้ทดลองหาท่อนไม้มาเคาะไดสตาร์ต
ต้องระวังอย่าให้โดนอุปกรณ์อื่น ถ้าสตาร์ตติดแสดงว่าไดสตาร์ตสกปรก
แต่หลังจากนั้นก็ต้องถอดไปทำความสะอาดด้วย แต่ถ้าเคาะแล้วยังไม่ทำงานก็ต้องถอดออกไปซ่อม


*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ถ้าบิดกุญแจแล้วเครื่องหมุนอืดๆ ไม่ยอมทำงานเอง
ถ้าได้ยินเสียงไดสตาร์ต และการหมุนของเครื่องยนต์ แต่เป็นการ
หมุนช้าๆ หรืออืดๆ อาการนี้ มักจะมีปัญหามาจากแบตเตอรี่ไฟอ่อน แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือ ไดชาร์จไม่ปกติ ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเครื่องยนต์
อาการขัดข้องแบบนี้ถ้าเป็นระบบเกียร์ธรรมดา สามารถเข็นโดย
เข้าเกียร์ 2 กระตุกติดเครื่องยนต์ได้ หรือถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ
ก็สามารถพ่วงแบตเตอรี่จากภายนอกเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์
ให้ติดได้ครับ

เมื่อเครื่องยนต์ทำงานแล้วให้ดูไฟรูปแบตเตอรี่ที่หน้าปัด ว่าสว่างหรือเลือนราง ถ้าไฟรูปแบตเตอรี่ไม่สว่างแสดงว่าการชาร์จไฟปกติ แต่ถ้ารูปไฟแบตเตอรี่สว่างขึ้นโชว์ไม่ดับ ให้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการตรวจเช็กการชาร์จไฟของไดชาร์จโดยด่วน เพราะถ้าคุณขับรถต่อไปเครื่องยนต์อาจจะดับเองได้อีก

ถ้าบิดกุญแจแล้วเครื่องหมุนเร็วด้วยไดสตาร์ต แต่เครื่องไม่ติด
อาจเข้าใจผิดว่าแบตเตอรี่เสีย หรือไดสตาร์ตเสีย เตรียมหาแบตเตอรี่
มาพ่วง ทั้งที่ความจริงแล้วแบตเตอรี่และไดสตาร์ตเป็นปกติ
เพราะเมื่อบิดกุญแจแล้วเครื่องยนต์หมุนได้เร็วด้วยไดสตาร์ต
 แต่เครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานหรือติดได้เอง เมื่อปล่อยการบิด
กุญแจเครื่องยนต์ก็หยุดหมุน ปัญหาอยู่ที่ตัวเครื่องยนต์ เพราะ
แบตเตอรี่และไดสตาร์ตปกติดี ให้ตรวจสอบที่ตัวเครื่องยนต์
เช่น มีไฟเลี้ยงระบบหรือไม่ ปั๊มส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานดี
หรือไม่ ต้องตรวจสอบระบบต่างๆ อาการลักษณะนี้
แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการดีที่สุด
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
แบงก์คอกมอเตอร์ไบค์เฟสติวัลเลื่อนยาวหนีม็อบ

"แบงก์คอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล" หวั่นลูกค้าร่วมงานลำบาก เลื่อนวันจัดงานไปกลางปี
ชูจุดขายปั้นเป็นเทศกาลมิดเยียร์เซล ค่ายสองล้อ-แอ็กเซสซอรี่ลุยถล่มแคมเปญระบายสินค้า
พร้อมขยายงานสู่ต่างจังหวัดเล็งเหนือ-อีสานเพิ่มนายณัฐพล ไตรณัฐี ผู้จัดงาน "แบงก์คอก
มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการจัดงานในปีนี้ว่า พื้นที่จัดแสดงมีทั้งภายใน
และด้านหน้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ราชประสงค์) ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Ride & Freedom"
หรืออิสระแห่งการขับขี่ ซึ่งเดิมที่กำหนดจัดงานวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ แต่จากสถานการณ์ทางการเมือง
ทำให้อาจจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานเดินทางมายาก จึงได้เลื่อนการจัดงานไปเป็นวันที่ 2-6 กรกฎาคมแทน
และใช้ชื่องานเป็น "แบงก์คอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล มิดเยียร์" ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวก็ถือว่ามีความเหมาะสม
และได้เริ่มประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้ผู้สนใจเข้าชม

งานได้รับทราบแล้วซึ่งจากการได้พูดคุยกับบรรดาบริษัทผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์และแอ็กเซสซอรี่
แล้วก็ถือเป็นช่วงมิดเยียร์เซลพอดี เพื่อเป็นโอกาสในการระบายสต๊อกสินค้า เนื่องจากปกติผู้ผลิตและ
จำหน่ายแอ็กเซสซอรี่จะมีสินค้าใหม่เข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ช่วงเดือนที่จัดงานคือกรกฎาคม
จึงเป็นช่วงที่เหมาะจะจัดแคมเปญและโปรโมชั่นต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาชมงานในปีนี้จะสามารถซื้อสินค้า
อุปกรณ์บิ๊กไบก์ในราคาถูก

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ขายรถเดือนกุมภาพันธ์ไม่ฉลุย เก๋งกลาง-ใหญ่ แซงอีโคคาร์

รายงานข่าวจากสมาคมหอการค้าญี่ปุ่น หรือเจโท เปิดเผยถึงยอดขาย
รถยนต์เฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่นประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า
มียอดขายทั้งสิ้น 71,421 คัน แบ่งเป็นรายยี่ห้อพบว่า โตโยต้า
มียอดขายสูงสุด 27,323 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 38.3%

อันดับ 2 ได้แก่ อีซูซุ 13,416 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 18.8% อันดับ 3
ฮอนด้า 7,469 คันมีส่วนแบ่งตลาด 10.5% อันดับ 4
มิตซูบิชิจำนวน 5,602 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 7.8%
อันดับ 5 นิสสัน 5,111 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 7.2%
อันดับ 6 ฟอร์ด 3,100 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 4.3% อันดับ 7
มาสด้า 2,418 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 3.4% อันดับ 8
เชฟโรเลต 2,200 คันมีส่วนแบ่งรตลาดที่ 3.1% อันดับ 9
ซูซูกิ 1,782 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 2.5% และอื่น ๆ 3,000 คัน
มีส่วนแบ่งตลาด 4.2%

เป็นที่น่าสังเกตว่ารถยนต์กลุ่มที่ขายดีสุด กลับเป็นรถยนต์นั่งขนาด
กลางและขนาดใหญ่ แทนที่จะเป็นเก๋งเล็ก หรืออีโคคาร์เหมือนที่
ผ่านมา
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
อึ้ง! ภัยร้ายรูปแบบใหม่-โจรขโมยเบาะรถยนต์

ใครจะไปคิดว่ารถยนต์ที่ถูกจอดไว้อย่างดี และไม่มีสิ่งของล่อตาล่อใจโจร
อยู่ภายในรถ ยังอุตส่าห์ถูกงัดประตูเพื่อถอดเบาะนั่งออกไป เสียหาย
มูลค่านับล้านบาท!! นายอดัม แมคเคนซี ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์หรู
Audi RS4 คันหนึ่งในกรุงลอนดอน ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อตื่นเช้ามา
พบว่ารถของเขาถูกทุบเสียหาย พร้อมทั้ง "เบาะรถยนต์" ทั้งสองข้างยัง
อันตรธานหายไปด้วย ซึ่งกรณีนี้บริษัทประกันฯจะต้องชดใช้ค่าเบาะให้นาย
แมคเคนซี่เป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

     นอกจากนั้น หลังจากเกิดเหตุของนายแม็คเคนซี่ได้เพียงสัปดาห์
เดียว ก็มีรถสปอร์ตสองประตู Audi RS5 เวอร์ชั่นเปิดประทุน
ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับรุ่น RS4 ถูกคนร้ายใช้มีดเฉือนหลังคาผ้าใบเละ
 เพื่อถอดเบาะออกไปเช่นกัน

 เหตุการณ์ดังกล่าวใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงเดือน
กรกฎาคมปีที่แล้ว ช่างภาพมืออาชีพเจ้าของรถออดี้ อาร์เอส 4 อีกคันหนึ่ง
ก็ประสบเหตุลักษณะนี้เช่นกัน

     โชคดีที่เมืองไทยยังไม่ค่อยนิยมรถออดี้เท่าไหร่ ไม่งั้นอาจเจอกรณี
ลักษณะคล้ายๆกันก็เป็นได้


*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
หน้าร้อน ...ทำอย่างไร? ดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนเกินไป

ย่างเข้าหน้าร้อน นอกจากอุณหภูมิภายในและภายนอกรถยนต์จะ
ร้อนระอุเมื่อต้องตากแดดแล้ว ความร้อนของเครื่องยนต์ก็เป็นสิ่งที่ต้อง
หมั่นดูแล จากเกจ์วัดความร้อนเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเกจ์ทำงานได้ดีแสดงค่าความร้อนได้ถูกต้อง เมื่อเกจ์วัดแสดงค่า
ความร้อนสูงขึ้นมากกว่าปกติ ก็ย่อมแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ
ของระบบระบายความร้อนของรถยนต์ด้วย
 ถ้าระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ผิดปกติ จะได้ป้องกัน
อันตรายที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ได้ทันท่วงทีและซ่อมบำรุงได้ถูก
จุดก่อนจะลุกลามเป็นปัญหาที่บานปลาย

     ระบบระบายความร้อนของรถใหม่ๆ มักไม่ค่อยมีปัญหาอาจไม่
ต้องระวังอะไรมากนัก แค่หมั่นถ่ายน้ำตามกำหนด และหมั่นดูแล
ระดับน้ำให้พอดีเท่านั้นก็พอ แต่รถที่มีอายุมากขึ้น ต้องการการ
ดูแลมากขึ้นด้วยเช่นกัน การดูแลและป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินปกติ (OVERHEATED) มี 5 วิธีทำได้ดังนี้


     1. หมั่นดูแลหม้อน้ำ หาจุดรั่ว และดูสภาพรังผึ้งให้อยู่ในสภาพปกติ
สามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่มีอะไรมาบังทางลม เพราะหม้อน้ำเป็น
อุปกรณ์ที่ถ่ายเทความร้อนจากน้ำไปสู่อากาศถ้าหม้อน้ำระบายถ่ายเท
ความร้อนไม่ดี ก็ทำให้เครื่องยนต์ร้อนและผิดปกติได้


*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
 2. วาล์วน้ำ เป็นอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ วาล์วน้ำเป็นอุปกรณ์
ควบคุมความร้อนของเครื่องยนต์ ไม่ให้อุณหภูมิต่ำเกินไป แต่เมื่อ
อุณหภูมิถึงจุดที่กำหนด วาล์วน้ำจะเปิดออกให้น้ำไหลเวียนมาระบาย
ความร้อนที่หม้อน้ำ แต่ถ้าวาล์วน้ำไม่ยอมเปิด หรือปิดค้าง น้ำก็ไม่มา
ระบายความร้อนที่หม้อน้ำก็ทำให้เครื่องร้อนผิดปกติและพังได้

     3. ถ่ายน้ำในหม้อน้ำสม่ำเสมอ การถ่ายน้ำนี้ไม่ใช้แค่เปิดก๊อกแล้ว
เติมน้ำใหม่ แต่เราต้องเติมน้ำยาสำหรับหม้อน้ำลงไปด้วย

     4. น้ำมันเครื่อง ก็เป็นต้นเหตุของความร้อนได้เช่นกัน ถ้าคุณภาพ
ไม่ดีพอ หรือปริมาณไม่เพียงพอ เพราะน้ำมันเครื่องมีหน้าที่ลดการ
เสียดสีในเครื่องยนต์ ถ้าทำหน้าที่ได้ไม่ดี ความร้อนก็จะตามมา

     5. น้ำมันเชื้อเพลิง บางคนคิดว่าการจูนน้ำมันให้บาง (น้ำมันน้อย
กว่าอากาศ) แล้วจะประหยัด ถึงจะประหยัด แต่ก็ได้ไม่มาก จะแถม
ความร้อนให้เราแทน เพราะถ้าน้ำมันบาง เครื่องจะร้อน การจูนน้ำมัน
ให้บาง ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับเครื่องยนต์สักเท่าไหร่ การจูนที่พอ
เหมาะจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดมากกว่า
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
อุตะ...คนแก่ ขับรถปลอดภัยกว่าคนทุกวัย!!!

     พูดกันมาสักพักแล้วว่า โลกในอนาคตน่าเป็นห่วง เพราะน่าจะเต็มไป
ด้วยประชากรสูงวัย ที่เป็นผลพวงมาจาก หนุ่มสาวทุกวันนี้ ไม่ค่อย
แต่งงาน มีลูกกัน ดูอย่างที่สหรัฐอเมริกา ก็มีการคาดการณ์ว่า อีก 36 ปี
ข้างหน้า หรือปี พ.ศ.2593 สหรัฐอเมริกาจะมีคนชราที่มีอายุ 70 ปี หรือ
มากกว่านั้น ราว 64 ล้านคน คิดเป็น 16% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ
คำถามหนึ่ง ที่มีคน(แอบ)กังวลกันก็คือ เมื่อถึงวันที่ "คนแก่ครองเมือง"
วันนั้น อุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่พุ่งสูงปรี๊ด เชียวหรือ?

     ใครที่แอบคิดเช่นนั้นอยู่ ขอบอกว่า คุณกำลังคิดผิดมหันต์

     อย่างน้อยวันนี้ที่สหรัฐอเมริกาก็มีผลสำรวจจากสถาบันประกันความ
ปลอดภัยบนทางหลวง ที่สุ่มสำรวจเก็บข้อมูลมาร่วม 10 ปี ออกมายืนยัน
แล้วว่า กลุ่มคนชราที่มีอายุ 70 ปี หรือมากกว่านั้น ที่ยังขับขี่รถยนต์
กลับเป็นกลุ่มคนที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา หรือหากเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่มีการบาดเจ็บรุนแรง หรือถึงขั้นเสียชีวิต ขณะที่กลุ่มผู้ขับขี่วัยกลางคนอายุระหว่าง 35-54 ปี ยังก่ออุบัติเหตุ
มากกว่าคนชราภาพซะอีก

     และที่น่า "ช็อกเว่อร์" ก็คือ กลุ่มคนชราอายุ 80 ปี หรือมากปีกว่านั้น
คือกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงมากที่สุด

*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ทั้งนี้ ในผลสำรวจบอกถึง เหตุผลที่ทำให้อุบัติเหตุทางรถยนต์ใน
กลุ่มครชราลดลงว่า เป็นผลมาจาก ปัจจุบันรถยนต์มีอุปกรณ์ และระบบ
รักษาความปลอดภัยดีขึ้น ขณะที่คนชราทุกวันนี้ก็มีสุขภาพแข็งแรงดีขึ้น
 แข็งแรงขึ้นกว่าในอดีต

     "ผลสำรวจที่ได้ น่าจะช่วยคลายความกลัวว่า ประชากรยุคเบบี้
บูมจะเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยบนท้องถนนลงได้" แอนน์
แมคคาร์ท รองประธานอาวุโสของ สถาบันประกันความปลอดภัยบน
ทางหลวงกล่าว

     สำหรับใครที่คิดว่า ที่อุบัติเหตุลดลงน่าจะเป็นเพราะคนชราไม่
ค่อยขับรถ หรือขับรถกันน้อยลง เรื่องนี้ แอนน์ แมคคาร์ท บอกว่า
ไม่ใช่เลย ทั้งยืนยันว่าคนชราขับรถบ่อยกว่าในอดีตด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ
กลุ่มคนชราวัย 75 อัพ ปรากฏว่าจากการสำรวจระหว่างปี 2538-2551
พบว่า ขับรถเพิ่มขึ้นถึง 50% แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มคนวัย
กลางคน กลุ่มคนชราก็ต้องขับรถน้อยกว่าแน่นอนอยู่แล้ว

     "จากข้อเท็จจริง ที่เราพบว่าคนชราขับรถกันมากขึ้น นั่นก็อาจชี้ให้เห็นได้ว่า
พวกเขายังมีสุขภาพแข็งแรง และยังสบายใจในทักษะการขับขี่รถของตน"

      อย่างไรก็ตาม แอนน์ แมคคาร์ท บอกว่า แม้กลุ่มคนชราจะขับรถมาก
ขึ้น แต่คนกลุ่มนี้ก็จะเลือกไม่ขับรถทางไกล ไม่ขับรถช่วงกลางคืน
และไม่ขับรถในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งน่าจะมีส่วนทำให้อุบัติเหตุลดลงด้วย
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
ไขปริศนา! นอนในรถอาจถึงตาย..เพราะอะไร?

 ปัจจุบันเรามักได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับการจอดรถติดเครื่องเพื่อเปิด
เครื่องปรับอากาศทิ้งไว้แล้วงีบหลับ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด
คุณผู้อ่านสงสัยไหมครับว่า ทำไมระบบปรับอากาศจึงเป็นอันตรายเฉพาะ
เวลาจอดรถนิ่งๆ แต่ไม่เป็นอันตรายขณะขับขี่ ว่าไปแล้ว หากผู้ขับขี่มี
อาการง่วงซึมไม่ว่าจะขับระยะทางใกล้หรือไกล การงีบหลับซักครู่ถือเป็น
ทางออกที่ดีในการเดินทางต่อไปอย่างปลอดภัย แต่รู้ไหมครับว่า
ระบบปรับอากาศของรถที่จอดนิ่งๆ กลับมีอันตรายกว่าขณะที่รถกำลังขับ
เคลื่อน ซึ่งอันตรายที่ว่านั้น ไม่ใช่จากระบบเครื่องปรับอากาศของรถยนต์
โดยตรง แต่เป็นมลพิษที่ออกมาจากท่อไอเสียนั่นเอง
แต่คุณผู้อ่านสงสัยหรือไม่ครับว่า ควันจากท่อไอเสียนั้นเข้ามาในห้อง
โดยสารได้อย่างไร..?

     เรามักเข้าใจว่าระบบปรับอากาศในรถยนต์นั้นเป็นระบบปิดและ
หมุนเวียนภายในห้องโดยสาร 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริง
แม้เราจะกดปุ่มเพื่อให้อากาศหมุนเวียนแล้ว แต่พัดลมแอร์ก็ยังดูด
อากาศภายนอกบางส่วนเข้ามา (จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงได้กลิ่น
จากภายนอกเมื่อเราขับรถผ่านควันเผาเศษขยะข้างทาง) ซึ่งถ้ารถยนต์
มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดนั้น พัดลมดังกล่าวก็จะดูดอากาศบริสุทธิ์เข้ามา
 (หรืออากาศที่ไม่อยู่ในระดับที่เป็นพิษ) ไม่ทำอันตรายต่อผู้โดยสาร
ภายในรถ



*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
แต่ในทางกลับกัน หากจอดรถยนต์นิ่งๆแล้วปิดกระจกหน้าต่างทึบทั้ง 4
บาน พร้อมทั้งสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดแอร์ทิ้งไว้ ก็จะกลายเป็น
สาเหตุให้อากาศจากท่อไอเสียโชยมายังบริเวณพัดลมแอร์ และถูกดูด
เข้าไปยังห้องโดยสารทีละน้อยๆอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ห้องโดยสารมีก๊าซ
คาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่เป็นพิษ โดยร่างกายจะรับ
สารดังกล่าวเข้าไปทีละน้อยจนเป็นเหตุให้ขาดออกซิเจน เป็นเหตุให้เสีย
ชีวิตในที่สุด

ทางที่ดี หากรู้สึกมีอาการง่วงซึมขณะขับรถ ก็ควรจะจอดแวะล้างหน้า
ล้างตา หรือดื่มกาแฟ หรือถ้าต้องการงีบหลับในรถยนต์ ก็ควรจอดรถในที่
ที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมันหรือที่ที่มีคนพลุกพล่าน จากนั้นให้ดับเครื่องยนต์
แล้วใช้วีธีแง้มกระจกลงเล็กน้อยทั้งสี่บาน เพื่อให้มีอากาศ
ถ่ายเท และควรล็อครถไว้เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี ทางที่ดีควรตั้งเวลาปลุก
ไว้ประมาณ 10-15 นาที ซึ่งน่าจะเพียงพอแล้วเพื่อให้หายอ่อนเพลีย
และพร้อมจะเดินทางต่อไปโดยสวัสดิภาพ


เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเทคนิคดีดีที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะ
เป็นประโยชน์สำหรับการเดินทางไกลของคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะช่วง
เทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ครับ
*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
เทคนิคการล้างรถหลังสงกรานต์ 2557

 ขั้นแรก ควรใช้น้ำเปล่าล้างรถเสียก่อน 1 รอบ โดยใช้สายยางฉีดน้ำไป
รอบๆเพื่อให้คราบดินสอพองอ่อนตัว พร้อมกับใช้ฟองน้ำถูอย่างเบาๆ
นอกจากนั้นยังควรล้างฟองน้ำเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้คราบสกปรกบนฟองน้ำ
ทำร้ายสีบนตัวถังรถนั่นเองจากนั้นจึงล้างด้วยแชมพูล้างรถ หรือ น้ำเปล่า
ซ้ำตามปกติ แล้วจึงเช็ดให้แห้ง

     ทางที่ดีควรล้างรถทันทีที่มีโอกาส ไม่ควรปล่อยคราบดินสอพอง
ทิ้งไว้ นิเช่นนั้นอาจเกิดรอยด่างได้หลังจากที่คุณผู้อ่านขับรถตระเวน
เที่ยววันหยุดสงกรานต์ 2557 อย่างอิ่มหนำสำราญกันแล้ว รถสุดรักของ
คุณผู้อ่านอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญกับ คราบดินสอพองขาว
โพลนติดอยู่รอบตัวรถ แต่คุณผู้อ่านรู้ไหมครับว่าครายดินสอพองดังกล่าว
อาจทำร้ายสีของตัวถังรถได้

ขั้นที่สอง หากคุณผู้อ่านใช้รถไปในการเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ (เช่น รถกระบะ
ที่บรรทุกถังน้ำและผู้โดยสารเพื่อเล่นน้ำ) ภายในรถของคุณผู้อ่านอาจมี
โอกาสเปียกชื้นสูง ทางที่ดีจึงควรไล่ความอับชื้นภายในรถ เพื่อไม่ให้เป็น
แหล่งหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก อันเป็นต้นเหตุของกลิ่น
อับภายในรถ

     วิธีการคือ หาที่จอดรถโล่งๆกลางแดด ถอดผ้ายางปูพื้นหรือพรมออก
จากรถ แล้วเปิดประตูทิ้งไว้กลางแดดสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อขจัดความชื้น
ในตัวรถออกไป

 นอกจากนั้น ภายหลังจากที่คุณผู้อ่านเดินทางกลับจากการขับรถระยะ
ทางไกลๆแล้ว ก็ควรเช็คสภาพรถเบื้องต้น ด้วยการตรวจเช็คอย่างง่ายๆ
เริ่มตั้งแต่การฟังเครื่องยนต์ ว่ามีเสียงผิดปกติดังขึ้นหรือไม่ ตรวจเช็ค
สภาพยางว่าไม่มีจุดใดรั่วซึม เช็คความดันลมยาง

     ตรวจเช็คระดับของเหลวต่างๆ ตั้งแต่ น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์,
น้ำมันเบรค, น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ ฯลฯ หากพบว่ามีระดับพร่องกว่า
ปกติ ก็ควรเติมให้เรียบร้อย หรือ หากพบว่าน้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำ ผิดจาก
ก่อนเริ่มเดินทาง ก็ควรเปลี่ยนถ่ายใหม่ให้เรียบร้อย เพราะการเปลี่ยนถ่าย
ของเหลวก่อนกำหนดถือเป็นการช่วยถนอมเครื่องยนต์ไปในตัว

     เพียงเท่านี้ รถสุดรักของคุณผู้อ่านก็จะยังคงมีสภาพเหมือนใหม่
ดังเดิมครับ




*

    d-credit

  • *
  • 6
  • 0
  • สีรถ : Modern Steel
คืนภาษีรถคันแรกเคว้ง

สรรพสามิตยอมรับงบไม่พอจ่ายคืนภาษีรถคันแรก ต้องรอจัดสรรเงินรอบใหม่
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิคืนภาษี
โครงการรถคันแรกในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2557 อาจได้รับเงินคืนล่าช้าออกไป
เนื่องจากวงเงินงบประมาณปี 2557 ที่ตั้งไว้จ่ายคืนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ 4 หมื่นล้านบาท
ได้ทยอยโอนให้ผู้ที่ได้รับสิทธิหลังครอบครองรถครบ 1 ปีไปแล้วกว่า 3.07 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ทำให้มีเงินเหลือจ่ายเพียง 9,217 ล้านบาท ซึ่งจะรองรับการจ่ายเงินภาษีคืนใน
ช่วง 2 เดือนหลังจากนี้เท่านั้น หรือไม่เกินเดือน มิ.ย. เงินก็จะหมด เพราะกรมสรรพสามิต
สามารถจ่ายเงินคืนได้เฉลี่ยเดือนละ 4,000-5,000 ล้านบาท ดังนั้นผู้มีสิทธิได้คืนภาษี
กลุ่มนี้ต้องรอการจัดสรรเงินรอบใหม่

“คาดว่ายอดคืนภาษีของปีงบ 2557 นี้อาจมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากงบก้อนแรก
หมดคงต้องรอเงินรอบใหม่ แต่ช่วงรัฐบาลรักษาการการจัดสรรเงินล่าช้าและมีขั้นตอนนาน
เพราะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง” แหล่งข่าวเปิดเผย

 

Google+