0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ก.พ.,14, 12:52 โดย amrins009 »
*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
Re: Jimmy Review ! ! First Impression : ทดลองขับ Honda CITY 2014
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 13 ก.พ.,14, 13:01 »


เจ้าตำนาน ทดสอบรถมาเองแล้ว ติดตามอ่านกันได้ไมผิดหวัแน่นอนครับ

********** สรุป (เบื้องต้น) **********
มาในแนวเดียวกับ Honda รุ่นหลังปี 2012 แต่ยังครองความเป็นผู้นำอยู่ดี

ช่วงตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา รถยนต์ Honda รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวตั้งแต่
ปีดังกล่าว มักจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานงานวิศวกรรมจากรุ่นก่อนหน้า
แต่ถูกปรับปรุงให้มีบุคลิกคล้ายๆกัน ดังนี้

1. พวงมาลัยไฟฟ้า แม่นยำขึ้น แต่ก็เบาขึ้น เอาใจคนส่วนใหญ่มากขึ้น
จนน้ำหนักในช่วงความเร็วสูง น้อยไปหน่ออย

2. ช่วงล่าง มาในแนวนุ่มนวลขึ้น พยายามซับแรงสะเทือนให้ดีขึ้น และ
ตอบสนองได้นิ่งขึ้น เข้าโค้งได้ดีขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเสียงก่นด่าของลูกค้า
ในอดีตที่มักบ่นว่า รถยนต์ Honda ช่วงล่างแข็งกระเด้งในความเร็วต่ำ
แต่เบาหวิวในความเร็วสูง กระนั้น ช่วงล่างของและรุ่นที่ออกมา ก็ยัง
อยู่ในระดับกลางๆ ของตลาด คือ เกือบจะดีขั้นเทพ แต่โดนชาวบ้าน
เขามาเบียดบังรัศมีในประเด็นนี้ไปเสียหมด จึงเกาะกลุ่มไปกับ
บรรดารถยนต์เจ้าตลาดด้วยกันมากกว่า

3. อัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ดีขึ้นจากเดิม แต่ไม่ถึงกับ
มากนัก พอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้โดดเด้งขึ้นไป

4. เริ่มอัดข้าวของอุปกรณ์ลูกเล่น Gadget ต่างๆ มากขึ้น แต่แอบลดทอน
อุปกรณ์บางอย่างที่เคยมีในรถรุ่นก่อนลงไป

5. เริ่มชูจุดขายด้านอุปกรณ์ความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ให้กับรถยนต์ของตน "ครบทุกรุ่น เป็นรายแรกในบ้านเรา"

และ City ใหม่ ก็ปรากฎกายออกมาตามแนวทางเดียวกันนี้ เหมือนเช่น
ทั้ง Civic Accord G9 และ CR-V ใหม่ ไม่ผิดเพี้ยน!

มาถึงจุดนี้ คุณคงสงสัยว่า สำหรับผู้บริโภคแล้ว City ใหม่ เจ๋งพอให้คุณ
ยอมเซ็นใบจอง จ่ายเงินเพื่อครอบครองหรือไม่...?

มันขึ้นอยู่กับว่า คุณ เป็นใคร...

ถ้าคุณใช้ City รุ่นปี 2008 - 2013 ที่เพิ่งตกรุ่นไป แล้วมีพนักงานขาย
โทรมาสอบถาม ว่าสนใจเปลี่ยนรถใหม่หรือยัง?

ตอบเขาไปได้เลยว่า "ยัง" เพราะในเมื่อ City รุ่นเดิม มันมีหลายสิ่งที่เจ๋ง
มากพออยู่แล้ว ทั้งเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าที่ยังปรับระดับได้ เบาะหลังที่ปรับ
เอนได้ ฯลฯ โดยเฉพาะใครที่ซื้อรุ่น Minorchange ซึ่งมีระบบ VSA ใน
ตัวท็อป SV ด้วย แถมยังมีระบบ ABS EBD และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

ตราบใดที่คุณไม่ได้กรี๊ดจะเป็นจะตายชัก กับ ถุงลมนิรภัยมากถึง 6 ใบ และ
ชุดเครื่องเสียง พร้อม Bluetooth ที่มีหน้าจอยกมาจาก รถตู้ Odyssey
กับบรรดาของเล่น Gadget ทั้งหลาย ผมมองว่า อย่าเพิ่งเปลี่ยนรถเลย
หรือถ้าคิดจะเปลี่ยน ก็ควรจะยกระดับขึ้นไปเล่นรถยนต์ขนาดใหญ่กว่านี้
หรือมีราคาแพงขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย จะดีกว่า

แต่ถ้าคุณไม่เคยใช้ City มาก่อน หรือเคยใช้ City รุ่นเก่ากว่านั้น การ
ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็น City ใหม่ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะ
การเปลี่ยนแปลงและการเพิ่มออพชันต่างๆนั้น มันเจ๋งพอจะทำให้คุณ
ถึงกับต้องร้อง "ว้าวว" และรู้สึกได้ว่า คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยากได้ข้อสรุป ที่ละเอียดกว่านี้ รวมทั้งตัวเลข
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง กับอัตราเร่ง ว่าดีหรือด้อยกว่าเดิมมากน้อย
แค่ไหน ก็คงต้องรออ่านกันได้ใน บทความลองขับ ฉบับ Fuill Review

ดูรูปการณ์แล้ว คราวนี้ ไม่น่าจะรอนาน
 

Google+