0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
city 2014 ตั้งแต่รุ่น v+ ขึ้นไป จะมีออพชั่นเพิ่มเติม ที่รองรับการใช้งาน ภาพและเสียง ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งออพชั่นนั้นก็ได้แก่

- เครื่องเสียง พร้อมหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว
- เชื่อมต่อ Bluetooth ได้
- มีช่องต่อพอร์ต HDMI
- รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri
- ให้ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง

ซึ่งเป็นระบบที่ให้มา เพื่อรองรับกับการเชื่อมต่อกับ Smartphone ที่ทุกวันนี้ ใครไม่มีก็เชย ( ก็รุ่นหลังๆมาเป็น smartphone หมดแร้วนิหน่า )
แล้วหลายๆคน ก็คงได้ลองใช้ ้ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ HDMI , Bluetooth กันไปบ้างแล้วหละน่ะครับ จะว่าทันสมัยก็ไม่ผิดหละครับ

แต่บางคนก็บอกว่า HDMI ทำให้สายไฟเต็มรถไปหมดเลยเชียว 555 เพราะว่า ถ้าจะต่อสาย hdmi จากโทรศัทพ์เข้ากับ จอ city 2014 ได้นั้น ก็ต้องมี
รอสักครู่ คุณกำลังไปสู่ลิงก์ปลายทาง
- ตัวแปลงจากพอร์ตของโทรศัพท์ ให้เป็นพอร์ต HDMI
- สาย HDMI ต่อไปเข้า พอร์ต HDMI ในรถ city 2014 อีก

แค่นี้สายก็ระโยงระยางแล้ว ใหนจะสายชาร์จโทรศัพท์บนรถอีกหละ !!!

:wanwan04:  :emo_114:  :wanwan09:

อยากทำอะไรที่ไม่ต้องมีสาย เยอะแบบนี้ ไหมหละ ครับ ???

ที่หลายคนสงสัย และเคยถามว่า ในรถ city 2014 มันมี wifi มันใช้ทำอะไรเหรอ



*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
หลายๆคนน่าจะอยากรู้มากไปกว่านี้แล้วหละ อยากทำบ้างแล้วหละ ทำไมม่ายบอกซักทีหละ กะอีแค่การเชื่อมต่อ wifi เข้ารถ city 2014 เนี้ยะะะะ
:wanwan10: :emo_104: :wanwan27:

แต่... เดี่ยวก่อนสิครับ จะใช้อะไรก็ควรจะมีความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องนิดหนึ่ง จะได้ไม่เกิดปัญหา หรือ ใช้งานผิดพลาด ในเรื่องนั้นๆครับ
จากรูปด้านบนในโพสแรกของกระทู้ มีคำๆหนึ่งบนหน้าจอที่แสดงผลอยู่ ( ก็จอบนรถ city 2014 นี่แหละ ) นั่นคือคำว่า Miracast
และคำๆนี้แหละครับ จะนำเราไปสู่ การใช้งาน wifi บนรถ city 2014

ก่อนจะพูดถึง Miracast เชื่อว่าก่อนหน้านี้ท่านๆอาจจะเคยได้ยินเทคโนโลยีที่ชื่อว่า DLNA กันไปบ้างแล้ว สำหรับ DLNA จริงๆมันเป็นมาตรฐานของ Media File Server
เปรียบเสมือนกับการตั้ง Server ( DLNA Server ) ไว้ในวง Wireless ของเรา แล้วเครื่องที่สนับสนุน DLNA (DLNA Client) ก็จะสามารถมองเห็นได้ จากนั้นก็ไปดึงไฟล์จาก DLNA Server นั้นๆมาแสดงผลบนจอภาพได้
ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ส่งภาพหรือวีดีโอจากมือถือไปแสดงบนทีวี ตัวมือถือก็จะต้องเปิด DLNA Server ไว้ ส่วนทีวีก็ต้องสนับสนุน DLNA ถึงจะดึงมีเดียจากมือถือมาแสดงได้
จะเห็นว่าจริงๆแล้ว DLNA มันคือการ "ดึงไฟล์มาแสดง" ไม่ต่างกับการดาวน์โหลดหนังหรือคลิปมาดูในเครื่อง แล้วเคยมั้ยครับ โหลดมาแล้วแต่ดันดูไม่ได้? ต้องมานั่งลง Codec อะไรให้วุ่นวาย นั่นแหละปัญหาของ DLNA
หลักๆคือเรื่องของ "มาตรฐานของรูปแบบไฟล์" เพราะหากตัว DLNA Client แต่ละตัวมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน บางตัวก็เล่น Video Format ใหม่ๆได้ บางตัวก็ไม่ได้ สุดท้ายเราไม่สามารถยืนยันได้เลยว่าวีดีโอหรือคลิปนั้นๆจะเล่นบนเครื่อง Client ได้หรือไม่ ถึงแม้เครื่องต้นฉบับจะเล่นได้ก็ตาม อีกทั้งมันยังมีข้อจำกัดเรื่องของความละเอียดคลิปอีก เคยลองให้เล่นวีดีโอ 1080p ปรากฎว่าตายอย่างเขียดขอรับ เพราะมันจำเป็นต้องใช้พลังเครื่องในการ Decode หนังนั้นๆอีก ยุ่งยากมากมายเลยครับ


ทีนี้ก็มาถึง Miracast

ด้วยปัญหาของ DLNA ที่กล่าวมาข้างบนนี้ ทำให้มีเทคโนโลยีใหม่อีกตัวกำเนิดขึ้นมา นามว่า Miracast คราวนี้มันไม่ทำตัวเป็น File Server ละ แต่มันจะส่งหน้าจอที่คุณเห็นอยู่บนมือถือหรือแท็บเลตขึ้นไปแสดงผลทั้งหน้าจอเลย หรือพูดในภาษาอังกฤษ มันคือ Screencast นี่กระมังจึงเป็นชื่อของมันว่า Miracast เพราะมัน Mirror Cast ตัวหน้าจอออกไปเลยทั้งหมด แล้ว Miracast ทำงานอย่างไรกัน?

Miracast เป็นวิธีการแชร์มีเดียที่ถูกสร้างขึ้นบน Wi-Fi Direct อีกต่อหนึ่ง เมื่อมีความต้องการจะส่งหน้าจอขึ้นไปแสดงบนเครื่องปลายทาง ทั้งสองเครื่องจะถูกเชื่อมต่อกันผ่าน Wi-Fi Direct หรือพูดง่ายๆคือ สองเครื่องจะเชื่อมต่อกันแบบ Ad-Hoc(การเชื่อมต่อด้วย wifi ระหว่างอุปกรณ์ 2 ตัว )

กล่าวคือ ระบบ Miracast ก็จะ Stream หน้าจอส่งออกไปทางช่องทางที่ถูกเชื่อมต่อ( wifi ) โดยไม่ต้องผ่าน Router (นั่นแปลว่าเราสามารถใช้ Miracast ได้แม้กระทั่งในสถานที่ที่ไม่มี WiFi ใช้)

ดังนั้นคราวนี้ความสะดวกจึงมาอย่างครบถ้วน WiFi Router ก็ไม่ต้องมี เรื่อง Video Codec ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะอันนี้มันส่งหน้าจอไปเลย ไม่ได้ส่งเป็นไฟล์ แถมด้วยวิธีนี้ มันยัง Stream ออกไปด้วยความละเอียด 1080p สบายๆ พร้อมเสียงที่สุดสมูท ไม่มีกระตุก

มาดูตัวอย่างการใช้งาน miracast ประกอบสักเล็กน้อยกันครับ
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=b52zqNIeQso" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=b52zqNIeQso</a>


เรียกได้ว่าแทบจะ Perfect เลยหละในหลักการและในคลิปที่เดโม แทบจะร้องกรี้ดดดดด แต่ใช้งานจริงจะเป็นยังไงบ้างคงต้องมาทดสอบกันอีกทีเพราะตอนนี้มีอุปกรณ์อยู่แค่ไม่กี่ตัวที่สนับสนุน Miracast ถ้าเป็นมือถือก็จะมี Nexus 4, LG Optimus G และ Samsung Galaxy S III และล่าสุด Asus Zenfone 4 5 6


credit : techwhatwhy
*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
เกริ่นไปข้างบน ก็เพื่อเป็นน้ำหล่อลื่นครับ 555
:wanwan29: :wanwan12:

แหมความรู้ประกอบหละครับ จะได้ไม่ต้องถามว่า

miracast คืออะไร
dlna คืออะไร


เอาง่ายๆ เผื่อใครจะลองไปทำเองได้น่ะครับ
wifi ใน city 2014 ก็เหมือนกับ bluetooth นั่นเองครับ แต่
wifi city 2014 รองรับกับอุปกรณ์ DLNA และ Miracast น่าจะเท่านั้นน่ะ ทำให้เราไม่สามารถใช้งานมันได้ในตอนนี้ เพราะเขาไม่ระบุมาว่า อุปกรณ์ใหนบ้างที่ใช้งานร่วมกับ wifi ใน city 2014

แต่ที่ผมจะแนะนำ คือการใช้งานในส่วนของมาตรฐาน Miracast
ซึ่ง Micracast มีหลายแพลตฟอร์ม ได้แก่
miracast ของ android
airplay ของ apple


"wifi ใน city 2014"

ปล. ขออภัยที่เขียนไม่จบสักที ผมเขียนไป ทำงานไปครับว่างนิดหน่อยก็มาโพสๆ ไม่ได้ทำสคริปท์ไว้ เตรียมแค่เนื้อหาบางส่วนกับรูปประกอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ต.ค.,14, 11:35 โดย - เล็ก - »
*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
สำหรับการใช้งาน เชื่อมต่อแบบไร้สาย ระหว่างอุปกรณ์มือถือ smart phone กับ เครื่องเสียงในรถ city 2014 ในบทความนี้ จะเป็นการใช้ตัวช่วย ที่เขาเรียกว่า WIFI Display Receiver Dongle

โดยใช้ประโยชน์จาก มาตรฐาน Miracast ( มันคืออะไร ย้อนขึ้นไปอ่านข้างบนครับ )
โดยเพื่อนสมาชิกผู้ใช้ All New City 2014 ได้ทำการทดสอบแล้ว ดังภาพตัวอย่างด้านล่างน่ะครับ

ได้อะไรจากการใช้งานเจ้า WIFI Display Receiver Dongle
- ขยายการแสดงผล จากหน้าจอมือถือเล็กๆ ให้มาโชว์ที่บนจอเครื่องเสียง ในรถ city 2014
- แสดงผลได้ทุกอย่าง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์
- ไม่ต้องเสียเงิน ซื้อสาย HDMI และ ตัวแปลงสัญญาณจากมือถือเป็น HDMI
- ไม่ต้องมีสายระโยง ระยาง เต็มรถไปหมด

สิ่งที่ต้องมี
1. โทรศัพท์มือถือ ระบบ แอนดรอย ที่มีฟังก์ชั่น Miracast
2. WIFI Display Receiver Dongle ราคาประมาณ 1,000 บาท



การใช้งาน
1 เปิดเครื่องเสียง city 2014 ในโหมด hdmi
2 เสียบสาย power และ hdmi เข้ากับ WIFI Display Receiver Dongle
3 ตั้งค่าที่มือถือ เข้าไปหา เมนู miracast เพื่อค้นหา WIFI Display Receiver Dongle
4 จับคู่ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ WIFI Display Receiver Dongle ที่ค้นพบ
5 ถ้าสำเร็จ ก็จะสามารถใช้งาน Miracast ได้ทันที

ตัวอย่างที่เห็นนี้ ผู้ใช้งาน ใช้มือถือ Asus Zenfone 4 ที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่นานมานี้







credit : คุณ Mohd Helmi
*

    nugool2522

  • *
  • 4
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • Zone: บางบัวทอง นนทบุรี
  • ชื่อเล่น: จุ้น
  • รุ่น : All New City SV
  • สีรถ : Taffeta White
  • หมายเลข ANC : 0760
แปลว่าต้องใช้ตอน ดึงเบรคมือ เท่านั้นใช่ไหมครับ
*

    truewego

  • **
  • 49
  • 2
  • >>Be Your Best
  • Zone: Bangkok
  • ชื่อเล่น: truewego
  • รุ่น : All New City V+
  • สีรถ : Taffeta White
  • หมายเลข ANC : 0223
ขอบคุณครับ ละเอียดแจ่มแจ้งมากๆ ผมว่าจะเขียนรีวิวเรื่องนี้นานแล้ว แต่ไม่มีเวลาเลย :wanwan12:
*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
ขอบคุณครับ ละเอียดแจ่มแจ้งมากๆ ผมว่าจะเขียนรีวิวเรื่องนี้นานแล้ว แต่ไม่มีเวลาเลย :wanwan12:
มาช่วยเสริม เพิ่มข้อมูลให้เพื่อนสมาชิกได้เลยครับ
ผมยังไม่ได้เล่นเอง บางอย่างอาจจะมองข้ามไป

 :emo_051:  :emo_054:
*

    chaykrub

  • *
  • 3
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • Zone: คลองตัน
  • ชื่อเล่น: เด็กดรอยด์
  • รุ่น : All New City SV
  • สีรถ : Modern Steel
  • หมายเลข ANC : 0320
เวลาใช้ต้องดึงเบรคมือใช่ไหมครับ
*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
เวลาใช้ต้องดึงเบรคมือใช่ไหมครับ

ใช่แล้วครับ เพราะระบบเพื่อความปลอดภัยทำงาน

การใช้งานหน้าจอ all new city 2014 ในขณะขับรถและเอาเบรกมือลงได้ โดยที่ภาพไม่ดับ หรือหายไปนั้น มีเพียงกรณีเดียว คือ

ใช้งาน honda link เท่านั้น

รายละเอียดกระทัดรัด ใช้งาน HDMI ให้คุ้มค่า รอสักครู่ คุณกำลังไปสู่ลิงก์ปลายทาง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 ต.ค.,14, 11:01 โดย - เล็ก - »
*
ได้ความรู้มากเลยครับ    แต่  ว่าช่วยแนะนำช่องทางการจัดหา ด้วยได้หรือเปล่าครับ เพราะว่า ผมอยู่ที่ เกาะสมุย ไม่ทราบว่าจะหา ได้ที่ไหน  แม้แต่สาย HDMI  ยังไม่มีขายเลยครับ  และ ไม่ทราบว่า  samsung mega จะใช้ระบบนี้ได้หรือเปล่าครับ

*

    - เล็ก -

  • *
  • 1,665
  • 219
  • Zone: ศรีราชา ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก จ๊ะ
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0000
แนะนำตามนี้น่ะครับ

A2W Miracast Dongle (Wireless Display) ราคา 1090 บาท

รอสักครู่ คุณกำลังไปสู่ลิงก์ปลายทาง

หรือจะเป็นตัวนี้ ก็ดีครับ
Ezcast HDMI ไร้สาย ดูรูปที่แนบมา
*

    ToRoRaK

  • *
  • 8
  • 2
  • เราชาว All New City club
  • Zone: นครพนม
  • ชื่อเล่น: Toro
  • รุ่น : All New City SV
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0876
แสดงว่า WIFI ที่ใช้ก็คือสัญญาณจากเจ้าตัว WIFI Display Receiver Dongle สิครับ
เพราะฟังก์ชั่นที่เปิดก็คือฟังก์ชั่น HDMI เจ้า WIFI Display Receiver Dongle ก็เสียบเข้ากับช่อง HDMI
เหมือนเป็นการเชื่อมสัญญาณ Miracast จากตัว WIFI Display Receiver Dongle กับโทรศัพท์นั่นเอง
แสดงว่าวิธีนี้ก็ยังไม่ใช่วิธีการใช้ WIFI ของเครื่องเสียงในรถอยู่ดี ผมเข้าใจถูกใช่มั้ยครับ
 :emo_114: :emo_114:
 :wanwan09: :wanwan09:
 :wanwan35: :wanwan35:
*
แสดงว่า WIFI ที่ใช้ก็คือสัญญาณจากเจ้าตัว WIFI Display Receiver Dongle สิครับ
เพราะฟังก์ชั่นที่เปิดก็คือฟังก์ชั่น HDMI เจ้า WIFI Display Receiver Dongle ก็เสียบเข้ากับช่อง HDMI
เหมือนเป็นการเชื่อมสัญญาณ Miracast จากตัว WIFI Display Receiver Dongle กับโทรศัพท์นั่นเอง
แสดงว่าวิธีนี้ก็ยังไม่ใช่วิธีการใช้ WIFI ของเครื่องเสียงในรถอยู่ดี ผมเข้าใจถูกใช่มั้ยครับ
 :emo_114: :emo_114:
 :wanwan09: :wanwan09:
 :wanwan35: :wanwan35:

ผมก็เข้าใจตามนี้ครับ คือถ้าเราใช้ Wifi Receiver นั่นหมายถึงเราใช้สัญญาณจากตัวนี้(เหมือนทำ HDMI ไร้สาย) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Wifi ในรถเลย

ฟังชั่น Wifi ในรถนั้น ทำหน้าที่เหมือนเป็น Wifi Client ได้เท่านั้น คือจะรับสัญญาณไวไฟจากมือถือที่เปิด Hotspot เอาไว้ ซึงเมื่อเชื่อมต่อแล้ว ถ้าในมือถือเรามีแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานผ่านไวไฟที่มากับรถ(จากการลองกับแอนดรอยด์และแอพที่ลงมือถืออยู่ ยังไม่มีแอพไหนใช้งานได้ ในคู่มือรถก็ไม่มีบอก) ก็จะสามารถใช้งานได้ผ่านหน้าจอรถเลยครับ(แตะ/สัมผัสใช้งานได้เลย ซึ่งต่างจากการต่อผ่าน HDMI ที่ต้องคุมผ่านมือถืออยู่ดี) สังเกตเมื่อเชื่อมต่อแล้วมันจะมีลูกศรชี้ไปทางขวามือตรงหน้าเมนูหลัก ถ้ามีแอพที่รองรับมันก็จะไปโชว์ในนั้น

ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ
*

    ToRoRaK

  • *
  • 8
  • 2
  • เราชาว All New City club
  • Zone: นครพนม
  • ชื่อเล่น: Toro
  • รุ่น : All New City SV
  • สีรถ : crystal black pearl
  • หมายเลข ANC : 0876
แสดงว่า WIFI ที่ใช้ก็คือสัญญาณจากเจ้าตัว WIFI Display Receiver Dongle สิครับ
เพราะฟังก์ชั่นที่เปิดก็คือฟังก์ชั่น HDMI เจ้า WIFI Display Receiver Dongle ก็เสียบเข้ากับช่อง HDMI
เหมือนเป็นการเชื่อมสัญญาณ Miracast จากตัว WIFI Display Receiver Dongle กับโทรศัพท์นั่นเอง
แสดงว่าวิธีนี้ก็ยังไม่ใช่วิธีการใช้ WIFI ของเครื่องเสียงในรถอยู่ดี ผมเข้าใจถูกใช่มั้ยครับ
 :emo_114: :emo_114:
 :wanwan09: :wanwan09:
 :wanwan35: :wanwan35:

ผมก็เข้าใจตามนี้ครับ คือถ้าเราใช้ Wifi Receiver นั่นหมายถึงเราใช้สัญญาณจากตัวนี้(เหมือนทำ HDMI ไร้สาย) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Wifi ในรถเลย

ฟังชั่น Wifi ในรถนั้น ทำหน้าที่เหมือนเป็น Wifi Client ได้เท่านั้น คือจะรับสัญญาณไวไฟจากมือถือที่เปิด Hotspot เอาไว้ ซึงเมื่อเชื่อมต่อแล้ว ถ้าในมือถือเรามีแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานผ่านไวไฟที่มากับรถ(จากการลองกับแอนดรอยด์และแอพที่ลงมือถืออยู่ ยังไม่มีแอพไหนใช้งานได้ ในคู่มือรถก็ไม่มีบอก) ก็จะสามารถใช้งานได้ผ่านหน้าจอรถเลยครับ(แตะ/สัมผัสใช้งานได้เลย ซึ่งต่างจากการต่อผ่าน HDMI ที่ต้องคุมผ่านมือถืออยู่ดี) สังเกตเมื่อเชื่อมต่อแล้วมันจะมีลูกศรชี้ไปทางขวามือตรงหน้าเมนูหลัก ถ้ามีแอพที่รองรับมันก็จะไปโชว์ในนั้น

ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ

นั่นหน่ะสิครับ
สรุปว่า wifi ที่มากับรถนั้นก็ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่ามันใช้ได้ยังไง มีแอพไหน โทรศัพท์รุ่นไหน ที่สามารถใช้งานคู่กันได้
ผมว่าถ้าท่านใดพอมีเวลาว่างส่งเรื่องเข้าไปถามที่ Honda เลยก็คงจะดีมิใช่น้อยเลยนะครับ
ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆท่านที่ยังสงสัยอยู่ (เหมือนผม)
*

    kake

  • *
  • 17
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • Zone: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: kake
  • รุ่น : All New City V+
  • สีรถ : Golden Brown
  • หมายเลข ANC : 1204
มือถือแอนดรอยรุ่นเก่าๆนี่หมดสิดเลยใช่มั้ยคับ ผมยังใช้S2อยู่เลย
ไม่รู้ว่ามันจะรองรับmiracastหรือป่าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ต.ค.,14, 21:51 โดย kake »
 

Google+